วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 10

บันทึกอนุทิน 
   วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
Science Experiences Management for Early Childhood
          อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จินตนา สุขสำราญ
          วันอังคาร ที่  21 ตุลาคม  2557
  ครั้งที่ 10 เวลาเรียน 08.30-12.20
      เวลาเข้าสอน08.30น.เวลาเรียน08.35น.เวลาเลิกเรียน12.25น.
Knowledge:
กิจกรรมที่1.นำเสนอสื่อ
       วันนี้อาจารย์ให้เพื่อนๆที่ยังไม่ได้นำเสนอสื่อวิทยาศาสตร์เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ออกมานำเสนอหน้า
ชั้นเรียน

กิจกรรมที่ 2.การเขียนแผน

แผนการสอนทั้ง 5 วัน ต่อ 1 สัปดาห์ จะทำให้เด็กได้แสดงความคิดและจินตนาการในด้านๆต่าง เช่น ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์-จิตใจ ด้านสังคมและด้านสติปัญญา  เพราะกิจกรรมต่างๆจะช่วยส่งเสริม
พัฒนาการเด็กให้เกิดสิ่งเรียนรู้รอบตัว

Applications:ความรู้ที่ได้รับในวันนี้สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดสื่อที่หลากหลาย เหมาะแกที่เด็กจะได้เกิดการเรียนรู้

Evaluation:
ประเมินตนเอง:มีความพร้อมในการเรียน ตั้งใจฟังอาจารย์ให้ความรู้เพื่อที่จะนำไปพัฒนาตนเอง และวันนี้แต่งกายเรียบร้อย เข้าเรียนตรงเวลา
ประเมินเพื่อน:วันนี้เพื่อนๆมีความพร้อมในการนำเสนอ และร่วมตอบคำถามกับอาจารย์และมีส่วนร่วมให้การทำงานเป็นกลุ่ม
ประเมินอาจารย์:มีความพร้อมให้การสอน และให้ความรู้นักศึกษาเพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข




แผนการสอน หน่วย"ทุเรียน"

วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 9

บันทึกอนุทิน 
   วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
Science Experiences Management for Early Childhood
          อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จินตนา สุขสำราญ
          วันอังคาร ที่  14 ตุลาคม  2557
  ครั้งที่ 9 เวลาเรียน 08.30-12.20
      เวลาเข้าสอน08.30น.เวลาเรียน08.40น.เวลาเลิกเรียน12.00น.
Knowledge:
Activities in class>>
กิจกรรม ชื่อสื่อ ไหมพรมเต้นระบำ
Equipment:
Steps:
1.ใช้กรรไกรตัดหลอดออกเป็น 2 ท่อน

                                  2.ด้านที่มีปลายช้อน                                3.ด้านที่ไม่มีปลายช้อน ใช้กรรไกร                                                                                              ตัดหลอดพลาสติกให้เป็นรูรูปวงรี ห่างจากปลายด้าน
                                                                        หนึ่ง ประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วเจาะรูพอประมาณ

4.ต่อปลายช้อนเข้ากับรูบนหลอด

5.นำเทปกาวยึดหลอดทั้งสองเข้าด้วยกัน

...จะเป็นลักษณะนี้...

6.นำไหมพรมมาสอดเข้าไปในหลอด ดังภาพค่ะ

7.เมื่อสอดได้แล้ว ผูกเชือกทั้งสองเข้าด้วยกัน โดยทำให้เป็นปมเชือกมีขนาดเล็กที่สุด
เพราะถ้าปมเชือกมีขนาดใหญ่เกินไป เวลาเป่าปมเชือกจะมาติดที่หลอด
ส่งผลให้ไหมพรมไม่เคลื่อนไหว

เสร็จเรียบร้อย"ไหมพรมเต้นระบำ"



What was:




การเคลื่อนที่ของลม จากหลอดที่ใช้เป่าทำมุมเอียงกับหลอดตรง ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของอาการ ทำให้ลมที่เป่า
เคลื่อนที่ผ่านหลอดตรงอย่างรวดเร็ว
และอากาศที่เคลื่อนที่ เรียกว่า ลม จึงมีแรงดันทำให้
ไหมพรมลอย

ผลงานต่างๆของเพื่อนๆ


Applications:เป็นกิจกรรมที่สามารถประดิษฐ์ได้ด้วยตัวเอง ทำง่ายไม่ซับซ้อน และเด็กสามารถเล่นหรือทดลองด้วยตนเองได้ และได้ฝึกการสังเกต ทิศทางลม และอาการ ที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่

Evaluation:
ประเมินตนเอง:มีความพร้อมในการเรียน และวันนี้ได้เตรียม"สื่อ"มาทดลองหน้าชั้นเรียนให้อาจารย์และเพื่อนๆได้ดูและแต่งกายเรียบร้อยเข้าเรียน ช้านิดหน่อยเพราะไปรอยกของให้อาจารย์
ประเมินเพื่อน:เพื่อนๆส่วนใหญ่ได้ออกนำเสนอสื่อต่างๆที่แตกต่างกันไป และร่วมตอบคำถามรวมกันและอาจารย์
ประเมินอาจารย์:มีเทคนิคการสอน และใช้คำถามเพื่อให้นักศึกษาได้คิดและแสดงความคิดเห็นร่วมกันในสื่อต่างๆ




วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 8

บันทึกอนุทิน 
   วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
Science Experiences Management for Early Childhood
          อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จินตนา สุขสำราญ
          วันอังคาร ที่  7 ตุลาคม  2557
  ครั้งที่ 8 เวลาเรียน 08.30-12.20
      เวลาเข้าสอน-.เวลาเรียน-.เวลาเลิกเรียน-.
ช่วงสอบกลางภาค(Mid Term)ไม่มีการเรียนการสอน




วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 7

บันทึกอนุทิน 
   วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
Science Experiences Management for Early Childhood
          อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จินตนา สุขสำราญ
          วันอังคาร ที่  30 กันยายน  2557
  ครั้งที่ 7 เวลาเรียน 08.30-12.20
      เวลาเข้าสอน 08.30น.เวลาเรียน 08.35 น.เวลาเลิกเรียน 12.00 น.
Knowledge:
Activities in class>>
1.กังหันกระดาษลอยลม
Equipment:                                                           
  
Steps:
                             1.ตัดกระดาษพอประมาณ                               2.พับกระดาษเข้าหากัน

                               3.ตัดกระดาษครึ่งหนึ่ง               4.พับกระดาษอีกด้านให้ได้หนึ่งส่วนสี่ของกระดาษ

5.นำกิ๊ฟมาติดตรงกลาง
ภาพทดลอง(Trials):



What was:






 ช่วยให้เด็กมองเห็นวัตถุที่หมุนลอยอยู่บนอากาศและตกลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก

2.เชือกมหัศจรรย์
Equipment: 
Steps:
                                 1.แกนกระดาษทิชชู่                                               2.ตัดครึ่ง

      
3.เจาะรูทั้งสองข้างให้เท่ากัน

                         4.ตัดเชือกให้อยู่ระหว่างหน้าท้อง                     5.นำเชือกมาร้อยรูทั้งสองช้าง

                          6.ตัดกระดาษให้เป็นวงกลม                             7.นำมาติดตกแต่งสวยงาม

ภาพทดลอง(Trials)
           
What was:






การเสียดสีของเชือกกับวัตถุจะทำให้วัตถุเคลื่อนที่
เหมือนถ่ายทอดพลังงาน เกิดการทำมุมแรงส่ง


3.กิจกรรมนำเสนอบทความ
     1.สะกิดให้ลูกคิดแบบวิทยาศาสตร์:อ่านเพิ่มเติม
     2.สนุกสนานเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย เรื่องไก่และเป็ด:อ่านเพิ่มเติม
     3.เทคนิคการสอนวิทยาศาสตร์:อ่านเพิ่มเติม
     4.วิทยาศาสตร์ปฐมวัยจำเป็นหรือไม่:อ่านเพิ่มเติม
     5.ส่งเสริมกระบวนคิดสำหรับเด็ก:อ่านเพิ่มเติม

Applications:
การทำสื่อในวันนี้ กังหันกระดาษลอยลมและเชือกมหัศจรรย์ เป็นสื่อที่ทำง่ายโดยเราสามารถทำขึ้นเองและทำการทดลองจากสื่อที่ทำ เพื่อให้เด็กได้เกิดการสังเกต ทดลองและเกิดการเรียนรู้
Evaluation:
ประเมินตนเอง:มีความพร้อมในการเรียน แต่งกายเรียบร้อยประดิษฐ์ ร่วมทำกิจกรรมกับอาจารย์ เพื่อนๆ
ประเมินเพื่อน:ร่วมกันทำกิจกรรมในชั้นเรียน การลงมือทำปฏิบัติ แสดงความคิดเห็น
ประเมินอาจารย์:มีการเทคนิคการสอนและกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อที่ให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติและเกิดความเข้าใจ


  
อากาศมหัศจรรย์(Weather)

         ลมคืออากาศที่เคลื่อนที่ได้ มนุษย์ สัตย์หรือพืชก็ต้องใช้อากาศหายใจ อากาศนั้นสามารถอยู่ได้ทุกที่ เช่นนำถ้วยแก้วมาหนึ่งใบเอากระดาษติดลงไปในถ้วยแก้วจนแน่ใจว่าถ้าเราคล่ำถ้วยกระดาษจะไม่หล่นลงมา แล้วยกถ้วยแก้วออกก็จะเห็นว่ากระดาษไม่เปียกน้ำเลย ก็เพราะระหว่างกระดาษกับน้ำนั้นจะต้องมีอะไรมากั้นตรงกลาง นั้นก็คืออากาศอากาศไม่มีขนาดหรือรูปร่างแต่อากาศจะซ่อนตัวอยู่ทุกที่
แรงดันของอากาศ คือ แรงที่อากาศกดลงพื้นผิวของวัตถุต่างๆ
การใช้อากาศในการยกหนังสือ นำลูกโป่งใบใหญ่สอดไว้ที่ใต้หนังสือที่เราจะยก จากนั้นก็เป่าลูกโป่ง ก็จะเห็นหนังสือค่อยๆถูกยกขึ้น การที่ลูกโป่งยกหนังสือได้ก็เพราะใช้หลักการแรงดันอากาศ เมื่อเราเป่าลมเข้าไปในลูกโป่ง ก็จะทำให้อากาศในลูกโป่งเพิ่มจำนวนขึ้น อากาศจึงทำให้ผิวลูกโป่งขยายใหญ่ขึ้น แรงดันจึงทำให้หนังสือลอยขึ้นมา
การนำแรงดันอากาศมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การเจาะรูกระป๋องนมจะต้องเจาะยังไงถึงจะมีนมไหลออกมา
นำน้ำที่ผนึกไว้สนิทสองใบ ใช้หลอดเจาะใบละหนึ่งรูก่อน แล้วเทน้ำใส่แก้ว น้ำไม่ไหลสักแก้วที่นี้ลองเจาะแก้งแรกอีกรูติดๆกัน แล้วเทน้ำอีกรอบน้ำก็ไม่ไหล ลองเจาะรูอีกแก้วที่ฝั่งตรงข้ามรูแรกแล้วลองเท น้ำก็จะไหลออกมา แต่ถ้าเราปิดรูด้านบ่นไว้น้ำก็จะหยุดไหล ที่เป็นแบบนนี้ก็เพราะเจาะรูไว้คนละที่ แก้วแรกเจาะรูติดกัน เมื่อเทน้ำไม่ออกก็เพราะอากาศภายนอกจะคอยดันน้ำไว้ของรูทั้งสองไม่ให้ไหลออกมาได้ อีกแก้วที่เจาะรูที่ฝั่งตรงข้ามแล้วไปดันน้ำในแก้วอีกที อากาศภายนอกจึงดันไว้ไม่อยู่น้ำเลยไหลออกมาได้ แต่พอเราปิดรูด้านบ่นไว้อากาศก็ไม่สามารถดันน้ำให้ไหลออกมาได้ น้ำจึงหยุดไหล
อากาศร้อนหรือเย็นมีแรงดันอากาศมากกว่ากัน
นอกจากอากาศที่ร้อนจะมีแรงดันน้อยกว่าอากาศเย็น อากาศที่เคลื่อนที่ก็จะมีแรงดันน้อยกว่าอากาศที่อยู่นิ่งๆ เช่นมีลูกโป่งแขวนอยู่สองใบอยู่ห่างกันพอประมาณ ลองเป่าลมเข้าไปตรงกลาง ลูกโป่งก็จะเคลื่อนที่เข้ามากัน ก็เพราะการเคลื่อนที่ของอากาศผ่านระหว่างลูกโป่งทั้งสองลูก ในขณะที่เราเป่าลูกโป่งนั้นอากาศจะมีการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และอากาศที่เคลื่อนที่นั้นจะมีแรงดันอากาศลดลง  ทำให้อากาศด้านข้างของลูกโป่งทั้งสองลูกที่อยู่นิ่งๆมีแรงดันมากกว่า จึงดันลูกโป่งให้เข้ามาชิดกัน
แรงต้านอากาศ คือ แรงที่อากาศต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ
เช่นเวลารถวิ่งก็จะมีลมพัดส่วนมา ก็คือลมที่อากาศกำลังต้านสวนมาไม่ให้รถวิ่งไปข้างหน้า



วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 6

บันทึกอนุทิน 
   วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
Science Experiences Management for Early Childhood
          อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จินตนา สุขสำราญ
          วันอังคาร ที่  23 กันยายน  2557
  ครั้งที่ 6 เวลาเรียน 08.30-12.20
      เวลาเข้าสอน 08.50 น.เวลาเรียน 08.30 น.เวลาเลิกเรียน 12.00 น.
Knowledge:
Activities in class>>
1.กิจกรรมกังหันสัมพันธ์
Equipment:
steps:
พับกระดาษให้ปะกบกัน แล้ววาดภาพตามจินตนาการทั้งสองด้าน
ใช้เทปติดไม้ โดยให้ไม้อยู่ตร


what was:






สิ่งที่ได้รับจากการวาดรูปลงกระดาษทั้งสองด้าน 
ถ้าเกิดการหมุนจะทำให้เราเห็นภาพทั้งสองรวมกัน
เกิดเป็นภาพ สามมิติ...









2.กิจกรรมการทดลองกล้องTrials Camera:
จากเรีื่องความลับของแสง
แสง (light) คือ คลื่นชนิดหนึ่งและมีพลังงานการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงความยาวคลื่นที่สายตามนุษย์มองเห็น หรือบางครั้งอาจรวมถึงการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงความยาวคลื่นตั้งแต่รังสีอินฟราเรดถึงรังสีอัลตราไวโอเลตด้วย สมบัติพื้นฐานของแสง (และของการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าทุกช่วงคลื่น) ได้แก่
ความเข้ม (ความสว่างหรือแอมพลิจูด ซึ่งปรากฏแก่สายตามนุษย์ในรูปความสว่างของแสง)
ความถี่ (หรือความยาวคลื่น ซึ่งปรากฏแก่สายตามนุษย์ในรูปสีของแสง) และ
โพลาไรเซชัน (มุมการสั่นของคลื่น ซึ่งโดยปกติมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้)
แสงจะแสดงคุณสมบัติทั้งของคลื่นและของอนุภาคในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้เนื่องจากทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค ธรรมชาติที่แท้จริงของแสงเป็นปัญหาหลักปัญหาหนึ่งของฟิสิกส์สมัยใหม่
แสงมีคุณสมบัติทวิภาวะ กล่าวคือ
  1. แสงเป็นคลื่น : แสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยที่ระนาบการสั่นของสนามแม่เหล็กตั้งฉากกับระนาบการสั่นของสนามไฟฟ้า และตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น และแสงก็มีการเลี้ยวเบนด้วย ซึ่งการเลี้ยวเบนก็แสดงคุณสมบัติของคลื่น
  2. แสงเป็นอนุภาค : แสงเป็นก้อนพลังงานมีค่าพลังงาน E = hf โดยที่ h คือค่าคงตัวของพลังค์ และ f คือความถี่ของแสง เรียกอนุภาคแสงว่าโฟตอน
การหักเหของแสง แสงนั้นวิ่งผ่านตัวกลางด้วยความเร็วจำกัด โดยไม่ขึ้นกับว่าผู้สังเกตการณ์นั้นเคลื่อนที่หรือไม่ เมื่อแสงวิ่งผ่านตัวกลางโปร่งใสเช่น อากาศ น้ำ หรือ แก้ว ความเร็วแสงในตัวกลางจะลดลงซึ่งเป็นเหตุให้เกิดปรากฏการณ์การหักเหของแสง
สีและความยาวคลื่น ความยาวคลื่นที่แตกต่างกันนั้น จะถูกตรวจจับได้ด้วยดวงตาของมนุษย์ ซึ่งจะแปลผลด้วยสมองของมนุษย์ให้เป็นสีต่างๆ ในช่วง สีแดงซึ่งมีความยาวคลื่นยาวสุด (ความถี่ต่ำสุด) ที่มนุษย์มองเห็นได้ ถึงสีม่วง ซึ่งมีความยาวคลื่นสั้นสุด (ความถี่สูงสุด) ที่มนุษย์มองเห็นได้ ความถี่ที่อยู่ในช่วงนี้ จะมีสีส้ม, สีเหลือง, สีเขียว, สีน้ำเงิน และ สีคราม
Spectrum4websiteEval.png




The main event 6 event:

3.กิจกรรมนำเสนอบทความ
      1สอนลูกเรื่องพืช:อ่านเพิ่มเติม
      2.เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านนิทานสำหรับเด็กปฐมวัย:อ่านเพิ่มเติม
      3.แนวทางสอนคิดเติมวิทยาศษสตร์ให้เด็กอนุบาล:อ่านเพิ่มเติม
      4.การทดลองวิทยาศาสตร์สนุกๆ:อ่านเพิ่มเติม

4.กิจกรรม"หน่วย"ต่างๆและผลงานของแต่ละกลุ่ม
Applications:ในการทำกิจกรรมเราสามารถให้เด็กลงมือปฏิบัติได้จริง และให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์ทำอย่างอิสระ
Evaluation:
ประเมินตนเอง:แต่งกายเหมาะสมแกการเรียน มีความพร้อมและมารอเรียนก่อนเวลา ตั้งใจอาจารย์ให้ความรู้และตอบคำถามได้บ้างไม่ได้บ้างขณะที่อาจารย์ถาม
ประเมินเพื่อน:มีความพร้อมมารอเรียน และร่วมตอนคำถามแสดงความคิดเห็นในห้องเรียน
ประเมินอาจารย์:มีเทคนิคในการสอน โดยใช้คำถามที่เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนและได้อธิบายกิจกรรม 6 กิจกรรมหลัก อย่างเข้าใจเพื่อที่จะนำไปสอนเด็ก
Learn more:
เฟรดริค วิสเฮม เฟรอเบล ผู้นำการศึกษาอนุบาลที่ได้รับขนานนามว่าเป็น “บิดาการศึกษาปฐมวัย” ด้วยการพัฒนาโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกขึ้นในประเทศเยอรมนีในปี ค.ศ. 1837 เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการจัดการศึกษาปฐมวัยให้เป็นไปอย่างมีรูปแบบ กำหนดให้มีการวางแผนการสอน มีหลักสูตรสำหรับการศึกษาปฐมวัย มีการฝึกหัดครู รวมถึงการพัฒนาการสอนเด็กปฐมวัยด้วยการผลิตอุปกรณ์การสอน ที่เรียกว่า ชุดอุปกรณ์ และการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยที่เรียกว่า การงานอาชีพ
เฟรอเบลเชื่อว่าเด็กมีความสามารถในสิ่งดีงาม มาตั้งแต่เกิด เด็กปฐมวัยควรจะเรียนรู้ด้วยการเล่น การแสดงออกอย่างอิสระ เด็กควรได้รับประสบการณ์จากการเรียนรู้ทั้งนอกชั้นและในชั้นเรียนโดยเฉพาะประสบการณ์ที่ได้มาจากการเล่น ด้วยเหตุผลนี้เฟรอเบลจึงใช้พื้นฐานความพร้อมของเด็กในการเรียน พัฒนาการตามช่วงอายุ ธรรมชาติของเด็กและเหตุผลทางคณิตศาสตร์ที่เฟรอเบลมีความสนใจมาจัดทำเป็นชุดของเล่นและกิจกรรมสำหรับเด็กที่สอดคล้องกับวัยของเด็กโดยเรียกชื่อว่า ชุดอุปกรณ์ (Gifts) และการงานอาชีพ (Occupations)
ชุดอุปกรณ์ หมายถึง อุปกรณ์สำหรับเด็กใช้เล่นเพื่อการเรียน ตามแนวการสอนของครู เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับรูปร่าง ขนาด สี และมโนทัศน์ที่เกี่ยวกับการวัด นับ การจำแนก และเปรียบเทียบ ชุดอุปกรณ์นี้ประกอบด้วยวัสดุสัมผัสได้จำนวน 10 ชุด
การงานอาชีพ หมายถึง กิจกรรมที่ออกแบบมาใช้ในการพัฒนาทักษะต่างๆ เช่น ปั้นดิน การตัด ร้อยลูกปัด การทำขนม การพับ เป็นต้น
เฟรอเบลเปรียบเทียบการสอนเด็กว่าเหมือนกับการเพาะเมล็ดพืชที่ผู้ปลูกต้องดูแลให้เม็ดงอกงามขึ้นเป็นต้นแตกกิ่งใบและดอกผลที่สมบรูณ์ เช่นกับการพัฒนาเด็กที่ดีต้องสอดคล้องผสมผสานกลมกลืนไปกับธรรมชาติของเด็ก ให้เด็กได้เรียนรู้จากง่ายไปยาก ตามความสนใจของเด็กโดยครูต้องมีแผนการสอนที่สอดคล้องกับวัย พัฒนาการและความพร้อมของเด็กในการเรียน เปิดโอกาสให้เด็กลงเล่นมือชุดอุปกรณ์อย่างอิสระ รวมถึงครูต้องประเมินพัฒนาการของเด็กโดยการสังเกตจากการทำกิจกรรมประจำวัน ในการจัดการเรียนการสอนนี้ ตารางกิจกรรมประจำวันมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเฟรอเบลเป็นผู้พัฒนาตารางกิจกรรมประจำวันขึ้น เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาที่ครอบคลุมทั้ง 4 ด้านคือ ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา แนวคิดตารางกิจกรรมประจำวันนี้จึงได้นำมาใช้ในการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน ดังนั้นการนำตารางกิจกรรมประจำวันมาใช้ สิ่งที่ครูต้องคำนึงถึงคือ “การบูรณาการ” ครูอาจผสมผสานกิจกรรมต่างๆเข้ากับการเรียนด้วยการเล่นอย่างมีความสุขนั้นก็ คือ หัวใจการศึกษาปฐมวัย